Home / AAT review application / แชร์ประสบการณ์ เคสอุทธรณ์ AAT Review application
single

แชร์ประสบการณ์ เคสอุทธรณ์ AAT Review application

 

เมื่อสองสามวันมานี้ คนเขียนนั่งเตรียมเคส เตรียมลูกความสำหรับ AAT Hearing ในวันพรุ่งนี้

วีซ่าของน้องถูกปฏิเสธเพราะเอเจนต์เดิมไม่เข้าใจข้อกฏหมายที่เกี่ยวข้องอย่างแท้จริง และให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเข้าไปที่ชั้นอิมมิเกรชั่น (ด้วยความเข้าใจผิดในข้อกฏหมาย)

ตอนน้องติดต่อมา เราเริ่มด้วยการทำ Consultation (คือการให้คำปรึกษาเบื้องต้น) เพื่อที่คนเขียนจะได้อ่านคำตัดสินของอิมมิเกรชั่น และสัมภาษณ์น้องเพื่อที่จะดูความเป็นไปได้ของเคส คือพยายามหาแนวทางแก้ไขเคส
เบื้องต้น … ซึ่งจากการสัมภาษณ์น้อง คนเขียนเชื่อว่าเคสมีความเป็นไปได้สูง อยู่ที่ว่าเราจะพยายามนำเสนอให้ AAT เห็นตามเราได้ยังไง ในเมื่อ AAT ก็มีข้อมูลที่ไม่ถูกต้องที่เอเจนต์ยื่นเข้าไปก่อนหน้านี้ที่ชั้นอิมมิเกรชั่น

 

เริ่มแรกเลย… คนเขียนก็พยายามอธิบายเคสให้น้องฟังว่ามันเป็นเคสที่มีความเป็นไปได้อยู่นะ แต่เนื่องจากว่าเคสนี้เกี่ยวข้องกับคอนเซ็ปทางข้อกฏหมายและการตีความทางกฏหมาย พยายามอธิบายให้ง่ายยังไง คนฟังก็ยังงงอยู่ดี คือเหมือนจะเข้าใจแต่เข้าใจไม่ทั้งหมด ก็ขนาดเอเจนต์เองยังไม่เข้าใจ คนเขียนก็ไม่คาดหวังว่าน้องจะเข้าใจเคสตัวเองได้อย่างถ่องแท้

ในเคสนี้ถึงแม้คนเขียนจะเชื่อว่าเคสมีความหวังสูงอยู่ ก็ไม่กล้าให้ความหวังน้องมาก เพราะการไป AAT ไม่ได้มีแค่การยื่นเอกสาร แต่มี Hearing ด้วย ซึ่งเจ้าตัวก็ต้องไปที่ AAT และถูกซักถามมากมาย บางคนก็ทำได้ดี บางคนก็ทำได้ไม่ดี บางคนเคสดีแต่สื่อสารได้ไม่ดี บางคนความจำเสื่อมขึ้นมากระทันหัน (คือสมองว่างเปล่าด้วยความตื่นเต้น)

 

เคสนี้น้องและคนเขียนอยู่คนละรัฐ แต่เราติดต่อกันเป็นระยะๆ น้องโทรถามโทรอัพเดทชีวิตให้ฟัง  เรามีการคุยกันเรื่องการเตรียมเอกสารเพื่อยื่นเพิ่มเติม และเรามีการยื่นเอกสารเพิ่มเติมล่วงหน้าก่อน Hearing รวมถึงข้อสรุปทางกฏหมายเพื่อจะช่วยเคสของน้องด้วย  (ป.ล.วิธีการทำงานและวางแผนเคสอุทธรณ์ในแต่ละเคสก็ไม่เหมือนกันนะคะ คนเขียนดูหน้างาน และก็มานั่งคิด นอนคิด ตีลังกาคิดว่าเราจะเดินเคสแต่ละเคสยังไง)

เมื่อวานและวันนี้เราอยู่ในระหว่างเตรียมน้องให้พร้อมไป Hearing …. ซึ่งในความเป็นจริง ไม่มีลูกความคนไหนพร้อมจริงๆ… ส่วนใหญ่ไม่เคยไป AAT มาก่อนและตื่นเต้น บวกกับความกังวลเรื่องภาษา (ซึ่งคนเขียนขอย้ำว่าขอล่ามได้นะคะ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มด้วยค่ะ)

 

เคสนี้เป็นเคสที่โชคดีมากค่ะ เนื่องจาก AAT เมื่อได้พิจารณาเอกสารและข้อโต้แย้งทางกฏหมายที่เรายื่นเข้าไปแล้ว ก็เห็นด้วยกับเรา คนเขียนก็ได้รับจดหมายวันนี้ว่า พรุ่งนี้ไม่ต้องมา Hearing แล้วนะ ไม่เกิน 2 อาทิตย์จะส่งคำตัดสิน (ที่เป็นบวก) มาให้ (เย้)

เคสของน้องเป็นเคสที่ต้องพิจารณาทั้งข้อเท็จจริงบวกกับข้อกฏหมายที่คนเขียนระบุไปทาง AAT ว่า ข้อมูลเดิมไม่ถูกต้อง ข้อมูลใหม่ถูกต้องและเข้าข้อกฏหมาย ซึ่งเคสที่ต้องพิจารณาทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฏหมายแบบเคสนี้ มีน้อยมากที่ AAT จะตัดสินโดยไม่ต้องไป Hearing  ลูกความดีใจมาก (บวกกับงงๆว่าเกิดอะไรขึ้น) คนเขียนก็ดีใจมากเช่นกัน (เพราะลึกๆคนเขียนก็แอบห่วงอยู่ว่าน้องจะตอบได้ดีหรือไม่)

โดยส่วนใหญ่แล้ว เคสที่ AAT อาจจะตัดสินโดยไม่ต้องไป Hearing จะเป็นเคสที่ไม่ต้องลงไปพิจารณาข้อเท็จจริง แต่จะเป็นเคสประมาณลืมยื่นเอกสารบางอย่างที่ชั้นอิมมิเกรชั่น แต่มีมายื่นที่ชั้น AAT  เช่นผลภาษาอังกฤษ หลักฐานประกันสุขภาพ ใบตำรวจ เป็นต้น (ป.ล. ในบางเคสการลืมยื่นเอกสารประเภทนี้ที่ชั้นอิมมิเกรชั่น ก็ไม่ทำให้ชนะที่ชั้นอุทธรณ์นะคะ ขึ้นอยู่กับเคสแต่ละเคสค่ะ)

นี่คือเหตุผลที่คนเขียนต้องขอให้นัดทำคอนซัลก่อนที่จะพิจารณารับเคสอุทธรณ์นะคะ จะได้เข้าใจตรงกันว่าเป็นเคสที่น่าจะมีความหวังหรือไม่ (น้องบางคนอาจจะงงๆว่า ก็แค่อยากรู้ว่าจะรับทำรึเปล่าและค่าบริการเท่าไหร่)……สำหรับคนเขียน ถ้าไม่ได้อ่านคำตัดสิน ไม่ได้สัมภาษณ์หาข้อมูลเพิ่มเติม คนเขียนจะไม่รับทำเคส หลายๆเคสอ่านคำตัดสินเจอประเด็นนึง เมื่อรับงานมาและดูเอกสารกันลึกๆเจอประเด็นเพิ่มอีกหลายประเด็นเลยค่ะ อันนี้เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ เมื่อรับงานมาแล้ว เราก็ดูแลกันไป

 

……… แถม…. อีกหนึ่งประสบการณ์เมื่อเร็วๆนี้…

เคสนี้น้องติดต่อมาว่าจะทำยังไงดี วีซ่าถูกปฏิเสธ น้องยื่นอุทธรณ์ด้วยตัวเองไปแล้ว แต่ไปทำอีท่าไหนไม่รู้ไม่ได้จ่ายเงินค่าอุทธรณ์ให้ AAT

เมื่อเรานัดคอนซัลและดูเอกสารที่น้องส่งมา …. คนเขียนคาดว่าน้อง Tick ผิดช่องทำให้ใบสมัครของน้องแทนที่จะเป็น Migration review application กลายเป็น Refugee review application ซึ่งทำให้น้องยื่นใบสมัครได้โดยไม่ต้องชำระเงิน (ไม่ต้องลองนะคะ มันไม่ใช่เทคนิคการประหยัดเงิน แต่มันเป็นความผิดพลาดที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น – อ่านต่อไปจะเข้าใจค่ะ)

เคส Migration review application ยังไงก็ต้องมีการชำระเงินก่อนที่ระบบออนไลน์จะรับเรื่องค่ะ

เคสนี้น้องยื่นเอง นอกจาก Tick ผิดช่องทำให้ยื่น Migration review application โดยไม่ต้องชำระเงินแล้ว มีการกรอกแบบฟอร์มผิดอีกตังหาก แต่ AAT ก็ใจดียอมรับเรื่องกรอกแบบฟอร์มผิด ส่งจดหมายมาขอให้ชำระเงินค่าอุทธรณ์เท่านั้นเอง

 

แล้วปัญหามันอยู่ตรงไหน????

ปัญหามันอยู่ที่การยื่นอุทธรณ์ประเภทที่มีค่ายื่นอุทธรณ์ จะต้องมีทั้งการยื่นใบสมัครและมีการชำระเงินด้วย และทั้งสองอย่างนี้จะต้องเกิดขึ้นภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้สำหรับการยื่นอุทธรณ์ ในเคสนี้คือ 21 วันนับจากได้รับแจ้งว่าถูกปฏิเสธวีซ่า

น้องยื่นใบสมัครอุทธณ์ทันเวลา (แบบไม่จ่ายตังค์)   AAT ส่งจดหมายแจ้งให้น้องจ่ายตังค์ ซึ่งโชคดีที่ยังเหลือเวลาอีก 1 วันครึ่งให้น้องจ่ายตังค์ได้ทันเวลา  ปัญหาคือน้องไม่ได้จ่ายตังค์ใน 1 วันครึ่งที่เหลืออยู่นี่ซิคะ ตอนที่ติดต่อมาหาคนเขียนนี่คือเลยระยะเวลา 21 วันตามที่กฏหมายกำหนดไปเรียบร้อยแล้ว

น้องบอกว่าน้องมีเหตุผล ระบบอีเมล์ของน้องไม่ดี กว่าอีเมล์จะเด้งขึ้นมาให้น้องเห็น ก็เลยเวลา 21 วันไปแล้ว (ถ้าเราให้อีเมล์เป็นช่องทางการติดต่อ เราต้องมั่นใจว่าเราจะเช็คอีเมล์และระบบอีเมล์ของเราดีนะคะ ไม่อย่างงั้นน้องอาจจะเจอประสบการณ์คล้ายๆกับน้องคนนี้) ในเคสนี้ น้องอาจจะลองทำคำอธิบายเข้าไปที่ AAT ว่าทำไมถึงชำระค่ายื่นอุทธรณ์ไม่ทันเวลา แต่คนเขียนคิดว่ามีเปอร์เซ็นต์น้อยมากที่ AAT จะยอมรับเคสนี้ไว้พิจารณา แนวทางการตัดสินของ AAT ในกรณีแบบนี้คือ No Jurisdiction (AAT ไม่มีอำนาจในการพิจารณาเคสของน้องแล้ว) เพราะถือว่าเป็นการยื่นอุทธรณ์ Out of time (เลยเวลาที่อนุญาติให้ยื่นอุทธรณ์) แต่เนื่องจากว่าน้องไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ไม่ลองไม่รู้ ถ้าลองเขียนคำอธิบายเข้าไป น้องอาจจะโชคดี AAT เห็นใจ แต่ถ้า AAT ไม่เห็นใจ ก็เป็นอะไรที่คาดไว้อยู่แล้ว

เคสนี้ วีซ่าที่น้องยื่นอุทธรณ์ไม่ทันเป็นวีซ่าพีอาร์ด้วยค่ะ ซึ่งน่าเสียดายมาก และเนื่องจากน้องถูกปฏิเสธวีซ่าและตอนนี้ก็ถือ Bridging visa น้องก็ติด section 48 บาร์ คาดว่าเคสนี้น้องจะต้องกลับไปยื่นวีซ่าตัวใหม่จากไทยค่ะ

 

Blog writer: Kanokwan Subhodyana
Immigration Lawyer & Registered Migration Agent

Blog: https://visablog.weebly.com